Beyond Wealth | 26 มิถุนายน 2569
เมื่อคืนตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลง นำโดยหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่อย่าง Apple, Microsoft, Meta และ Nvidia หลังตลาดเริ่มกังวลประเด็น “AI Inflation” หรือแรงกดดันเงินเฟ้อที่เกิดจากการเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI
ความกังวลหลักมาจากต้นทุน Memory และ Storage Chips ที่ปรับตัวขึ้นแรง เพราะเป็นชิ้นส่วนสำคัญทั้งใน Data Center, Server, Smartphone, Laptop, Game Console และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก
กรณีที่ตลาดจับตามากที่สุดคือ Apple หลังบริษัทเริ่มส่งสัญญาณว่าต้นทุนชิ้นส่วนปรับขึ้นเร็วและแรงจนไม่สามารถแบกรับได้ทั้งหมดอีกต่อไป ทำให้จำเป็นต้องปรับขึ้นราคาสินค้าหลายรายการ เช่น MacBook และ iPad สะท้อนว่าต้นทุนจาก AI Boom เริ่มส่งผ่านจาก Data Center มายังผู้บริโภคจริงแล้ว
ที่ผ่านมา ตลาดมักมอง AI เป็นเทคโนโลยีที่จะช่วยเพิ่ม Productivity และลดต้นทุนในระยะยาว แต่ภาพวันนี้อาจกลับกันในระยะสั้น เพราะก่อนที่ AI จะช่วยกดต้นทุน โลกอาจต้องเผชิญ “ต้นทุนการสร้าง AI” ที่สูงขึ้นก่อน
แรงกดดันรอบนี้ไม่ได้มาจากน้ำมันเหมือนเงินเฟ้อรอบก่อนๆ แต่เกิดจากการเร่งลงทุนครั้งใหญ่ใน Data Center, Memory Chips, Server, พลังงาน, ระบบไฟฟ้า, Cooling System และอุปกรณ์โครงข่ายที่จำเป็นต่อการประมวลผล AI
ตัวเลขการลงทุนของกลุ่ม Hyperscalers สะท้อนภาพนี้ชัดเจน โดยบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐมีแผนใช้จ่ายด้าน AI Infrastructure ในปี 2026 รวมกันราว 741,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นประมาณ 75% จากปีก่อน ทำให้แรงซื้อวัตถุดิบและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ยังอยู่ในช่วงเร่งตัว
กลไกสำคัญคือ AI ต้องใช้ Memory Chips จำนวนมาก ขณะที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปก็ยังต้องใช้ชิปและหน่วยความจำจาก Supply Chain เดียวกัน เมื่อ Demand จาก AI โตเร็วกว่าฝั่ง Supply ราคาต้นทุนจึงถูกดันขึ้นทั้งระบบ
ผลกระทบเริ่มเห็นในข้อมูลเงินเฟ้อ โดยราคาหมวด Computer Software & Accessories ของสหรัฐเร่งขึ้นแตะราว +14% YoY สวนทางกับภาพเดิมของเทคโนโลยีที่เคยเป็นแรงกดราคาลง
ประเด็นสำคัญคือ AI อาจสร้างเงินเฟ้อ “ก่อน” ที่จะสร้าง Productivity Dividend ให้เศรษฐกิจ เพราะการทำให้ AI ฉลาดขึ้นต้องใช้ทรัพยากรจริงจำนวนมาก ทั้งชิป หน่วยความจำ ไฟฟ้า ที่ดิน Data Center ระบบส่งไฟฟ้า วิศวกรเฉพาะทาง และเงินลงทุนมหาศาล
ดังนั้น AI Inflation จึงไม่ใช่แค่เรื่องชิปแพง แต่เป็นแรงกดดันต้นทุนที่เริ่มกระจายไปหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่ Hardware, Software, Cloud, Utilities ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน
📌 มุมมอง Beyond Wealth
ในระยะสั้น AI Boom อาจไม่ได้เป็นเพียงธีม Growth แต่กำลังกลายเป็นแรงกดดันเงินเฟ้อรูปแบบใหม่ เพราะ Supply Chain ที่รองรับ AI ยังขยายไม่ทันกับ Demand ที่เร่งตัวแรง
กลุ่มที่อาจได้ประโยชน์จากรอบนี้ ได้แก่ Memory, Data Center, Utilities, Grid Equipment, Copper และ Cloud Platform ที่มี Pricing Power ขณะที่บริษัทที่เป็นผู้ใช้ชิป หน่วยความจำ พลังงาน และ Cloud รวมถึงผู้บริโภคและธุรกิจขนาดเล็ก อาจเผชิญต้นทุนที่สูงขึ้นผ่านราคาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ค่า Cloud ค่า Software และค่าไฟฟ้า
อย่างไรก็ตาม แรงกดดันระยะสั้นจาก AI Inflation ยังไม่ได้เปลี่ยนภาพใหญ่ของธีม AI ในระยะกลางถึงยาว เพียงแต่ทำให้การลงทุนต้องเลือกจังหวะและกระจายความเสี่ยงมากขึ้น
สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ อาจพิจารณาทยอยลงทุนในธีม AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลผ่าน MEGA10AI และ LHDRAM เพื่อรับโอกาสจาก Mega Tech และ Memory Supply Chain ขณะเดียวกันควรกระจายบางส่วนไปยังสินทรัพย์ที่ช่วยลดความผันผวนของพอร์ต เช่น UGIS และ SCBGOLD เพื่อรองรับความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และความผันผวนของตลาดหุ้นเทคโนโลยี
#BeyondWealth #BeyondInsight #AIInflation #AIInfrastructure #DataCenter #MemoryChips #Inflation #TechnologyInvestment