🔎 Beyond Insight | S&P 500 งบแกร่งทั้งตลาด ผู้นำตลาดรอบใหม่กำลังกระจายตัว
Beyond Wealth | 10 สิงหาคม 2569
ฤดูกาลประกาศงบไตรมาส 2/2569 ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังส่งสัญญาณบวก หลังบริษัทในดัชนี S&P 500 รายงานงบแล้วราว 87% และข้อมูลล่าสุดจาก LSEG ระบุว่า กำไรของบริษัทในดัชนีเติบโตถึง +51.1% YoY ขณะที่รายได้เติบโต +15.2% YoY
สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่แค่กำไรที่โตแรง แต่คือ กำไรเริ่มกระจายไปหลายอุตสาหกรรมมากขึ้น ไม่ได้พึ่งพาหุ้น Technology หรือ Big Tech เพียงกลุ่มเดียวเหมือนช่วงที่ผ่านมา
1. กำไร S&P 500 โตแรงที่สุดในรอบหลายปี
กำไรของ S&P 500 เติบโต +51.1% YoY ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ Q2/2021 ขณะที่รายได้เติบโต +15.2% YoY
เมื่อดูรายอุตสาหกรรม กลุ่มที่กำไรเติบโตโดดเด่น ได้แก่ Energy +142.7%, Communication Services +114.5%, Consumer Discretionary +89.7%, Technology +72.9% และ Materials +39.1% ขณะที่ Financials และ Industrials ยังเติบโตแข็งแกร่งที่ +23.7% และ +20.0% ตามลำดับ
ภาพนี้สะท้อนว่าการเติบโตของกำไรเริ่มกระจายออกไปหลายกลุ่มมากขึ้น
2. บริษัทส่วนใหญ่ยังทำกำไรดีกว่าที่ตลาดคาด
นอกจากกำไรจะโตแรงแล้ว คุณภาพของงบยังถือว่าดี โดยประมาณ 85% ของบริษัทที่รายงานงบแล้วมีกำไรสูงกว่าคาด และ 76% มีรายได้สูงกว่าคาด
ขณะที่ Earnings Surprise ของ S&P 500 โดยรวมอยู่ที่ +8.4% หมายความว่ากำไรที่บริษัททำได้จริง โดยเฉลี่ยยังสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้
จึงถือเป็นอีกสัญญาณว่า Earnings Season รอบนี้ไม่ได้ดีเพียงเพราะตัวเลขเติบโตสูง แต่ผลประกอบการจริงยังแข็งแรงกว่าความคาดหวังของตลาดด้วย
3. บริษัทสหรัฐฯ ยังรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ดี
อีกตัวเลขที่น่าสนใจคือ Net Profit Margin อยู่บริเวณ 16.9% สูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีที่ประมาณ 12.4%
พูดง่าย ๆ คือ บริษัทขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ไม่ได้มีเพียงยอดขายที่เพิ่มขึ้น แต่ยังสามารถเปลี่ยนรายได้ให้กลายเป็นกำไรได้ในระดับสูง
ส่วนหนึ่งมาจากความสามารถในการควบคุมต้นทุน การตั้งราคาสินค้าและบริการ รวมถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานที่ยังอยู่ในระดับดี
4. Technology ยังแข็งแรง แต่รอบนี้ไม่ได้มีแค่ Tech
กลุ่ม Technology ยังคงแข็งแกร่ง โดยมี Earnings +72.9%, Revenue +35.6% และ Earnings Surprise +10.2%
ตัวเลขเหล่านี้ยังสนับสนุนมุมมองเชิงบวกต่อธีม AI, Semiconductor และ Data Center ในระยะกลางถึงยาว
แต่สิ่งที่แตกต่างจากช่วงก่อนหน้าคือ Technology ไม่ได้ต้องเป็นกลุ่มเดียวที่ช่วยพยุงตลาด เพราะ Energy, Consumer, Financials และ Industrials เริ่มมีผลประกอบการที่ดีขึ้นตามมา
จึงเริ่มเห็นภาพของ Earnings Broadening หรือพูดง่าย ๆ ว่า “กำไรดีไม่ได้เกิดแค่ในหุ้น Tech แต่เริ่มกระจายไปหลายกลุ่มมากขึ้น”
5. กำไรยังมีแนวโน้มโตต่อ แต่ตลาดอาจเลือกหุ้นมากขึ้น
แม้กำไรใน Q2 จะเติบโตสูงมาก แต่ตลาดยังคาดว่ากำไรของบริษัทสหรัฐฯ จะเติบโตต่อ โดย Q3/26 คาด +27.4%, Q4/26 +25.2% และทั้งปี 2026 ประมาณ +30.0%
อย่างไรก็ตาม ปี 2027 คาดว่าการเติบโตของกำไรจะชะลอลงมาอยู่ที่ประมาณ +13.6%
ดังนั้น ในช่วงถัดไป ตลาดอาจไม่ได้ให้รางวัลกับทุกบริษัทที่กำไรโตเหมือนกันหมด แต่จะเริ่มมองมากขึ้นว่า บริษัทไหนยังโตได้ต่อ บริษัทไหนให้แนวโน้มธุรกิจที่ดี และบริษัทไหนทำกำไรได้ดีกว่าที่ตลาดคาด
ยิ่งเมื่อราคาหุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้นมามากแล้ว นักลงทุนก็มีแนวโน้มที่จะเลือกลงทุนมากขึ้น และให้ความสำคัญกับคุณภาพของผลประกอบการมากกว่าเดิม
📌 มุมมอง Beyond Wealth
ภาพรวมงบไตรมาส 2 ของ S&P 500 ยังสนับสนุนมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ เพราะเราเห็นพร้อมกันทั้ง กำไรที่โตแรง บริษัทส่วนใหญ่ทำผลงานดีกว่าคาด ความสามารถในการทำกำไรยังสูง และการเติบโตเริ่มกระจายออกไปหลายอุตสาหกรรม
เราจึงยังแนะนำกลยุทธ์ Stay Invested มากกว่าการพยายามจับจังหวะเข้าออกตลาดระยะสั้น เพราะภาพกำไรของบริษัทจดทะเบียนยังแข็งแรง และยังมีหลายกลุ่มที่สามารถช่วยขับเคลื่อนตลาดต่อได้
สำหรับการจัดพอร์ต นักลงทุนยังสามารถถือ Core Position ในธีม AI และ Semiconductor ผ่าน MEGA10AI และ SCBSEMI เพื่อรับโอกาสจากการเติบโตระยะกลางถึงยาวของ AI, Semiconductor และ Data Center
ขณะเดียวกัน เมื่อกำไรเริ่มกระจายไปหลายอุตสาหกรรมมากขึ้น ควร กระจายความเสี่ยงออกจากหุ้น Growth บางส่วน ผ่านกองทุนอย่าง MGALL เพื่อเพิ่มโอกาสจากการลงทุนที่หลากหลาย และลดการกระจุกตัวอยู่ในหุ้นกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมากเกินไป
สรุปกลยุทธ์ช่วงนี้จึงยังเป็น “Stay Invested แต่กระจายให้กว้างขึ้น” ไม่จำเป็นต้องทิ้งผู้ชนะเดิมอย่าง AI และ Semiconductor แต่ควรมีสินทรัพย์และธีมอื่นเข้ามาช่วยสร้างสมดุลให้กับพอร์ตด้วย
#BeyondWealth #BeyondInsight #SP500 #EarningsSeason #USStocks