Beyond Wealth | 27 กรกฎาคม 2569
ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ในครึ่งปีหลังมีแนวโน้มผันผวนต่อเนื่อง จากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การสะสมวัตถุดิบเชิงยุทธศาสตร์ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และความเสี่ยงจากสภาพอากาศ
อย่างไรก็ตาม นี่อาจไม่ใช่ตลาดที่สินค้าโภคภัณฑ์ทุกประเภทปรับขึ้นพร้อมกัน นักลงทุนจึงต้องแยกให้ออกว่า สินทรัพย์ใดมีแรงหนุนเชิงโครงสร้าง และสินทรัพย์ใดยังพึ่งพาเหตุการณ์เฉพาะหน้า
🥇 ทองคำ: จีนใช้จังหวะราคาย่อเร่งสะสม
จีนนำเข้าทองคำ 173 ตันในเดือนมิถุนายน สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2567 และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3
ยอดนำเข้าตลอดครึ่งแรกของปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 820 ตัน เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว และต่ำกว่าสถิติครึ่งปีแรกเพียงราว 10 ตัน ขณะที่กองทุน Gold-backed ETF ในจีนมีเงินไหลเข้าสุทธิ คิดเป็นปริมาณทองคำประมาณ 28 ตันนับตั้งแต่ต้นปี
แรงซื้อดังกล่าวสะท้อนว่า นักลงทุนและธนาคารพาณิชย์จีนกำลังใช้ช่วงราคาปรับฐานเพิ่มการถือครอง ทำให้บริเวณใกล้ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์เริ่มมีแรงรับจากความต้องการทองคำจริง
อย่างไรก็ตาม ระยะสั้นยังต้องระวังแรงกดดันจาก Bond Yield เงินดอลลาร์ และการลดสถานะของกองทุน โดยเฉพาะหากราคาหลุดแนวรับสำคัญ ส่วนภาพระยะยาวยังได้รับแรงหนุนจากการซื้อของธนาคารกลาง กระแสลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ และความกังวลต่อเสถียรภาพทางการคลัง
🛢️ น้ำมัน: ทิศทางยังผูกกับภูมิรัฐศาสตร์
ความเสี่ยงสำคัญของตลาดน้ำมันยังอยู่ที่ตะวันออกกลาง โดยเฉพาะหากความขัดแย้งลุกลามจนกระทบช่องแคบฮอร์มุซหรือเส้นทางขนส่งบริเวณ Bab el-Mandeb
สถานการณ์ดังกล่าวอาจทำให้อุปทานน้ำมันหายไปหลายล้านบาร์เรลต่อวัน และผลักดันราคาให้ปรับขึ้นรุนแรงในระยะสั้น แต่ยังถือเป็นกรณีความเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดไม่สูง
น้ำมันจึงเหมาะกับการลงทุนตามจังหวะ หรือใช้ป้องกันความเสี่ยงจากเหตุการณ์เฉพาะหน้า มากกว่าการเพิ่มน้ำหนักจากสมมติฐานราคาสุดขั้วที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง
🔶 ทองแดง: เด่นจาก AI และการสะสมวัตถุดิบ
ทองแดงมีแรงสนับสนุนระยะกลางถึงยาวจากการขยายตัวของ Data Center ระบบไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับ AI
อีกปัจจัยที่ต้องติดตามคือการสะสมโลหะเชิงยุทธศาสตร์ของภาครัฐ หากประเทศขนาดใหญ่เร่งเพิ่มสต็อก ความต้องการทองแดงอาจสูงกว่าที่แบบจำลองอุปสงค์และอุปทานทั่วไปประเมินไว้
อย่างไรก็ตาม หากการลงทุนด้าน AI ชะลอตัว หรือเศรษฐกิจโลกอ่อนแอกว่าคาด ราคาทองแดงอาจเผชิญแรงขายได้เช่นกัน กลยุทธ์จึงควรเน้นทยอยสะสมเมื่อราคาปรับฐาน มากกว่าการไล่ราคา
🌾 สินค้าเกษตร: สภาพอากาศคือตัวแปรสำคัญ
โกโก้ น้ำตาล และสินค้าเกษตรอื่นยังเผชิญความเสี่ยงจาก El Niño ภัยแล้ง และสภาพอากาศแปรปรวนในพื้นที่เพาะปลูกสำคัญ
หากผลผลิตในแอฟริกาตะวันตก อินเดีย ไทย หรือบราซิลได้รับผลกระทบ ราคาสินค้าเกษตรอาจปรับขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ด้วยความผันผวนสูงและคาดการณ์ได้ยาก สินทรัพย์กลุ่มนี้จึงเหมาะกับการลงทุนในสัดส่วนจำกัด
🔥 LNG: ระวังอุปทานใหม่ในระยะยาว
ตลาด LNG อาจเผชิญแรงกดดันหลังปี 2571 จากกำลังการผลิตใหม่ที่ทยอยเข้าสู่ตลาด รวมถึงการเพิ่มเส้นทางส่งก๊าซระหว่างรัสเซียและจีน
หากอุปทานขยายตัวเร็วกว่าความต้องการ ราคา LNG ในเอเชียอาจปรับลดลงจนกดดันความคุ้มค่าของโครงการใหม่ ทำให้มุมมองระยะยาวต่อสินทรัพย์กลุ่มนี้ต้องใช้ความระมัดระวังมากกว่าสินค้าโภคภัณฑ์ประเภทอื่น
📌 มุมมอง Beyond Wealth
โอกาสในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ครึ่งปีหลังยังคงมีอยู่ แต่ต้องเลือกลงทุนเป็นรายสินทรัพย์มากกว่าการเพิ่มน้ำหนักทั้งกลุ่ม
ทองคำยังเหมาะสำหรับใช้กระจายความเสี่ยง และทยอยสะสมเมื่อราคาอ่อนตัว ขณะที่ทองแดงมีโอกาสเติบโตตามการลงทุนด้าน AI ระบบไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐาน แต่ยังต้องระวังความผันผวนตามวัฏจักรเศรษฐกิจ
ส่วนน้ำมันยังขึ้นอยู่กับพัฒนาการด้านภูมิรัฐศาสตร์ จึงเหมาะกับการลงทุนตามจังหวะมากกว่าการถือจากสมมติฐานราคาสุดขั้ว ขณะที่สินค้าเกษตรมีโอกาสจากปัญหาอุปทาน แต่ต้องแลกกับความเสี่ยงด้านสภาพอากาศและความผันผวนของราคา
กลยุทธ์สำคัญจึงไม่ใช่การไล่ซื้อสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับขึ้นแรง แต่เป็นการทยอยสะสมสินทรัพย์ที่มีแรงหนุนเชิงโครงสร้าง พร้อมควบคุมสัดส่วนลงทุนให้เหมาะสมกับความเสี่ยงของแต่ละประเภท
#BeyondWealth #BeyondInsight #Commodities #Gold #Oil #Copper