Beyond Wealth | 30 มิถุนายน 2569
ดัชนีหุ้นเวียดนามเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่มีพื้นฐานน่าจับตามองในช่วงครึ่งหลังปีนี้ โดยประเด็นหลักเป็นเรื่องของการยกระดับจากตลาดหุ้น Frontier Market เป็น Emerging Market และกระแสเงินลงทุนอุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่กำลังสะสมในเวียดนาม ในเดือน มิ.ย. 2026 มีเหตุการณ์สำคัญสำหรับหุ้นเวียดนาม ดังนี้
(1) MSCI ประกาศผลหุ้นเวียดนามยังไม่เข้า EM Watchlist ตามคาด
เหตุผลหลักมาจากเงื่อนไขเปิดเสรีตลาดอัตราแลกเปลี่ยน ข่าวดีคือการถูกปรับเป็น Emerging Market โดย FTSE Russell เดินหน้าจริงแล้ว ปรับชั้นเป็น Secondary Emerging Market มีผล Tranche แรก 21 กันยายน 2026 นี้
ธนาคารโลกประเมินเงินไหลเข้าระยะสั้น 5,000 ล้านดอลลาร์ และอาจสะสมถึง 25,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 หากได้ทั้งสถานะ FTSE และ MSCI
ความเสี่ยงสำหรับหุ้นเวียดนามระยะจากนี้มี 2 เรื่อง คือ ระบบ CCP ที่เป็นเงื่อนไขสำคัญถูกเลื่อนไปไตรมาส 1 ปี 2570 ทำให้รอบพิจารณา MSCI ถัดไปขยับเป็นมิถุนายน 2570 และโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าในภาคเหนือที่เริ่มตึงตัวจากโหลดอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นเร็วกว่ากำลังผลิต ทำให้ต้องมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเพื่อให้กระแสเงินทุนมาต่อเนื่อง
(2) เม็ดเงินลงทุนจากบริษัทฯ ขนาดใหญ่กำลังเข้าสู่เวียดนามเพิ่ม
ฝั่งจีน Zhongji Innolight ทุ่ม 700 ล้านดอลลาร์ สร้างโรงงานอุปกรณ์รับส่งสัญญาณแสงป้อน Nvidia, Google และ Meta ที่ คาดจ้างงาน 20,000 คน ใช้ไฟฟ้าราว 300 เมกะวัตต์
ฝั่งสหรัฐฯ Foxconn ผู้ผลิตหลักให้ Apple ประกาศร่วมทุนกับ Brookfield ลงทุนพลังงานหมุนเวียนสูงสุด 1 กิกะวัตต์ เพื่อรองรับซัพพลายเชนตัวเองในเวียดนามโดยตรง
ดีลนี้เกิดขึ้นพร้อมแรงกดดันพลังงานจากสงครามตะวันออกกลาง สะท้อนว่าทุนทั้งสองขั้วกำลังแข่งกันปักหมุดเวียดนามเป็นฐานการผลิต ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว
📌 มุมมอง Beyond Wealth
ดัชนีหุ้นเวียดนามในช่วงปีที่ผ่านมามีค่า Correlation ต่ำเมื่อเทียบกับหุ้นโลก หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ และหุ้นเกาหลีใต้ซึ่งเป็นแม่ทัพหลัก ดังนั้น K-VIETNAM (กองทุนหุ้นเวียดนาม) จึงเหมาะเป็นส่วนหนึ่งของ Core Portfolio เพื่อกระจายความเสี่ยงจาก AI Supply Chain แนะนำทยอยสะสมเพิ่มในจังหวะดัชนีย่อตัว
#BeyondWealth #BeyondInsight #VietnamEquity