Blue Owl ปิดประตูไถ่ถอน: สัญญาณอันตราย Private Credit ยังไม่จบ?

24/02/2026



🔍 Beyond Insight | Blue Owl ปิดประตูไถ่ถอน: สัญญาณอันตราย Private Credit ยังไม่จบ?

Beyond Wealth | 24 กุมภาพันธ์ 2569 (16:50 น.)
 

1. Private Credit ภาพลวงตาหรือปัญหาจริง?

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หุ้นกลุ่มบริษัทจัดการสินทรัพย์ทางเลือก (Alternative Asset Managers) เผชิญแรงเทขายอย่างหนัก เนื่องจาก Blue Owl Capital (OWL) ประกาศ ระงับการไถ่ถอนเงินลงทุน ในกองทุน Private Credit สำหรับรายย่อย (OBDC II)

เปลี่ยนกติกาจากการให้สิทธิถอนเงินรายไตรมาส เป็นการบังคับทยอยคืนเงินตามสัดส่วน (Pro-rata) เมื่อกองทุนขายสินทรัพย์ได้แทน

แรงกระเพื่อมนี้สร้างความตื่นตระหนกอย่างรุนแรง ราคาหุ้น OWL ดิ่งลง -30.56% YTD และลากให้ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมถูกเทขายตามกัน

Blackstone (BX) -26.46%
Apollo (APO) -21.81%
Ares (ARES) -29.77%
KKR -27.94%  

2. สาเหตุของการปรับตัวลง?

เหตุผลของการลงรอบนี้มีแนวโน้มจะเป็นรอยร้าวเชิงโครงสร้างจาก 3 เหตุผลหลัก:

2.1. Liquidity Mismatch: สภาพคล่องคนอยากซื้อและอยากขายไม่ตรงกัน 

กองทุนกึ่งเปิด (Semi-liquid funds) ระดมเงินจากนักลงทุนรายย่อยโดยสัญญาว่าจะให้ไถ่ถอนได้ตามรอบ แต่เงินกลับถูกนำไปปล่อยกู้ใน "สินทรัพย์ที่ไม่มีสภาพคล่อง (Illiquid Assets)" 

เมื่อรายย่อยแห่ขอคืนเงินพร้อมกันจนทะลุเพดาน กองทุนจึงขาดเงินสดหมุนเวียน จน Blue Owl ต้องเร่งตัดขายพอร์ตสินเชื่อมูลค่า 1.4 พันล้านดอลลาร์ ให้กับสถาบันการเงินอื่นเพื่อหาเงินสดมาอุดรอยรั่ว

2.2. Credit Quality ถูกตั้งคำถาม: 

Private Credit เติบโตมหาศาลในช่วงดอกเบี้ยต่ำผ่านการปล่อยกู้ดอกเบี้ยลอยตัว (Floating Rate) ให้บริษัทระดับกลาง เมื่อดอกเบี้ยค้างสูงนานกว่าคาด ภาระหนี้ของลูกหนี้จึงตึงตัว แม้จะยังไม่รุนแรงแต่เริ่มเห็นจุดเริ่มต้นของสัญญาณอันตรายในตลาดนี้

ตลาดจึงเริ่มตีราคาใหม่จากความเสี่ยงล่วงหน้า โดยเฉพาะพอร์ตสินเชื่อกลุ่ม Tech/Software ที่กำลังเผชิญหน้ากับ AI Disruption

2.3. การปรับฐานมูลค่า

ในรอบหลายปีที่ผ่านมา หุ้นกลุ่ม Alternative Asset Manager ถูกซื้อขายในระดับ Premium จากความคาดหวังเรื่องการเติบโตของ AUM และรายได้ค่าธรรมเนียม เมื่อภาพการเติบโตสะดุด ตลาดจึงประเมินระดับราคา Multiples ที่เหมาะสมใหม่

3. เหตุการณ์นี้จะลุกลามแค่ไหน?

แม้ในขณะนี้จะยังไม่ใช่ "วิกฤตเชิงระบบ (Systemic Risk)" เพราะสินเชื่อที่ Blue Owl ขายออกไป ยังสามารถขายได้ในราคาใกล้เคียงกับมูลค่าทางบัญชี (NAV) ไม่ใช่การถูกบังคับขายจนขาดทุนหนัก

แต่ผลกระทบเชิงโครงสร้างที่รุนแรงคือ วิกฤตศรัทธาสำหรับรายย่อย

การปิดประตูไม่ให้นักลงทุนรายย่อยถอนเงินได้ตามสัญญาทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลุ่ม Wealth Management ซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักในการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้

หากนักลงทุนในกองทุนของค่ายอื่นเริ่มตื่นตระหนกและเกิดการขอไถ่ถอนตามมา (Fund Run) จะบีบให้ผู้จัดการกองทุนรายอื่นต้องชะลอ Redemption หรือจำใจขายสินทรัพย์ในราคาส่วนลด ซึ่งจะนำไปสู่การปรับลดมูลค่า NAV ของทั้งอุตสาหกรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

📌 มุมมอง Beyond Wealth

สถานการณ์นี้คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า Private Market ไม่ได้ปลอดภัยจากวัฏจักรดอกเบี้ยและสภาพคล่อง เพียงแต่ซ่อนตัวอยู่ใต้พรมและมักสะท้อนออกที่ราคาหุ้นเหล่านี้

ระยะสั้น Sentiment ยังเปราะบาง แต่ระยะกลาง ธุรกิจของผู้จัดการสินทรัพย์รายใหญ่ยังมีฐานรายได้ค่าธรรมเนียมที่กระจายตัว นักลงทุนควรติดตามคุณภาพพอร์ตและ liquidity อย่างใกล้ชิด

สิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือ ส่วนต่างผลตอบแทน (Spread) ระหว่าง Private Credit กับ Leveraged Loan / High Yield Bond หาก Spread ขยายตัวเร็ว นั่นคือสัญญาณเตือนว่าความเสี่ยงด้านเครดิตกำลังถูก Reprice อย่างแท้จริง

#BeyondWealth #BeyondInsight #PrivateCredit #AlternativeAssets #CreditCycle

ข่าวอัพเดทล่าสุด

 Blue Owl ปิดประตูไถ่ถอน: สัญญาณอันตราย Private Credit ยังไม่จบ?


🔍 Beyond Insight | จุดตัดสินของหุ้นเยอรมัน โอกาสซ่อนอยู่ หรือกับดักรออยู่ข้างหน้า ?


เมื่อระเบียบโลกเดิมอยู่ในภาวะ "ถูกรื้อถอน" เพื่อสร้างใหม่?


ยุคหนี้สูง เงินเฟ้อดื้อ ทำไม “สินค้าโภคภัณฑ์” ยังจำเป็นในพอร์ต



Copyright © 2020 Beyond Securities Public Company Limited. All rights reserved. | นโยบายความเป็นส่วนตัวและนโยบายการใช้คุกกี้