โลกการลงทุนในวันนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยวัฏจักรเศรษฐกิจแบบเดิมอีกต่อไป รัฐบาลทั่วโลกแบกรับภาระหนี้ในระดับที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ขณะที่การกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยงบประมาณขนาดใหญ่กลายเป็น “New Normal” มากกว่าสถานการณ์เฉพาะหน้า สิ่งเหล่านี้ทำให้เงินเฟ้อไม่ใช่แค่ตัวแปรระยะสั้น แต่กลายเป็นแรงเสียดทานถาวรของระบบเศรษฐกิจ ภายใต้บริบทนี้ สินทรัพย์ที่พึ่งพานโยบายการเงินเพียงอย่างเดียวเริ่มมีข้อจำกัด และนักลงทุนจำเป็นต้องมองหาสิ่งที่ช่วยรักษาเสถียรภาพของพอร์ตในระยะยาวมากขึ้น
ตั้งแต่ปลายปี 2022 เป็นต้นมา โลกการลงทุนกำลังเข้าสู่ยุคที่นโยบายการคลังมีบทบาทมากขึ้น และเงินเฟ้อไม่ได้เป็นเพียงปัญหาชั่วคราวอีกต่อไป ภาพการลงทุนแบบเดิมที่พึ่งพาแค่หุ้นและพันธบัตรเริ่มไม่ตอบโจทย์เหมือนที่ผ่านมา
สินค้าโภคภัณฑ์อย่าง ทองคำ เงิน และทองแดง กลับมาโดดเด่นทั้งในแง่ผลตอบแทนและบทบาทในพอร์ต ที่สำคัญคือราคายังไม่เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับหุ้นมากนัก ทำให้ช่วยกระจายความเสี่ยงได้ดี และไม่ต้องพึ่งพาการเติบโตของกำไรบริษัทเหมือนหุ้น
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมทองคำและกลุ่ม Commodities โดยรวม จึงกลับมาอยู่ในพอร์ตของนักลงทุนจำนวนมากอีกครั้ง ในฐานะสินทรัพย์ที่ช่วยรับมือกับเงินเฟ้อและความไม่แน่นอนเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลก
มุมมอง Beyond Wealth
ในยุคที่หนี้รัฐบาลสูง และเงินเฟ้อมีแนวโน้มอยู่กับเราไปอีกนาน พอร์ตลงทุนไม่ควรพึ่งพาแค่หุ้นและบอนด์
การมีทองคำ สินค้าโภคภัณฑ์ และสินทรัพย์ทางเลือก ไม่ได้มีไว้เพื่อเก็งกำไรระยะสั้น แต่มีไว้เพื่อถ่วงสมดุลพอร์ต และลดความเสี่ยงในโลกที่โครงสร้างเศรษฐกิจเปลี่ยนไป
นี่ไม่ใช่เรื่องการจับจังหวะตลาด แต่เป็นเรื่องของการจัดพอร์ตให้ ทนทานในโลกการลงทุนยุคใหม่ได้มากขึ้น
กองทุนที่มาใหม่ และน่าสนใจสำหรับธีมการลงทุนด้านนี้ก็คือ Commodities อย่างทองแดง สำหรับนักลงทุนที่ต้องการธีมทองแดง แนะนำ DAOL-COPPER และ LHCOPPER ซึ่งลงทุนใน Global X Copper Miners ETF (COPX) ดัชนีที่สะท้อนผลการดำเนินงานของบริษัทในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ทองแดง และธุรกิจที่เกี่ยวข้องโดยตรง เช่น การสำรวจและการถลุงแร่ทองแดง
#BeyondInsight #Commodities #Gold #PortfolioRisk