โลหะมีค่าร่วงหนักสุดในรอบสิบปี
ทอง–เงิน–ทองแดงกอดคอโดน Forced Sell พร้อมกัน
ภายในเวลาไม่ถึง 24–36 ชั่วโมง ตลาดโลหะมีค่าทั่วโลกเผชิญแรงเทขายรุนแรง โดยเฉพาะ Precious Metals ถูกลบมูลค่าไปราว 7 ล้านล้านดอลลาร์ สะท้อนภาวะ Forced Liquidation ที่เกิดขึ้นพร้อมกันในหลายตลาด
คิดเป็นมูลค่าตลาดทองคำที่หายไปกว่า 5 ล้านล้านดอลลาร์ (≈132 ล้านล้านบาท) ภายในวันเดียว ซึ่งถือว่ารุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์โลกลงทุน
*สาเหตุของการลงแรงขนาดนี้คืออะไร*
1. รัฐบาลสหรัฐฯ เตรียมเสนอชื่อ Kevin Warsh เป็นประธานเฟดคนใหม่ แทน Jerome Powell ตลาดมองว่าแม้ผลงานในอดีตของ Kevin Warsh ค่อนข้างเป็น "สายเหยี่ยว" หรือไม่ชอบเงินเฟ้อ อาจไม่เดินนโยบายผ่อนคลายตามที่คาด
2. Take Profit หลังขึ้นแรงและ Overbought
ก่อนหน้า ทอง–เงิน–ทองแดง ทำ All-Time High ต่อเนื่อง สะสมสถานะเก็งกำไรจำนวนมาก เมื่อปัจจัยลบโผล่ การขายทำกำไรจึงเกิดขึ้นพร้อมกัน
3. Forced Selling & Margin Call
ราคาโลหะมีค่าที่ร่วงลงอย่างรวดเร็วทำให้นักลงทุนที่ใช้ Leverage ถูกเรียกหลักประกันเพิ่ม ผู้เล่นที่เติมเงินไม่ทัน “จำเป็นต้องขาย” ราคาลงต่อ จนเรียก Margin Call ซ้ำเป็นลูกโซ่
*ทำไม Silver เจ็บกว่าทอง?*
เพราะดั้งเดิมแล้ว Silver คือ สินทรัพย์ High Beta ของทองคำ (แกว่งแรงกว่าทองคำ 2–3 เท่า) สถานะในตลาด Silver มี Leverage สูง
เมื่อสภาพคล่องหาย Silver มักถูกขายก่อน เสมอ นี่คือเหตุผลว่าทำไม Silver ถูกเรียกว่า Poor man’s gold และในคืนวิกฤตจะเจ็บกว่าทองคำเสมอ
*มุมมอง Beyond Wealth*
เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนว่าตลาดยังอยู่ในช่วงรีเซ็ตความเสี่ยงและล้าง Leverage มากกว่าจะเป็นจุดกลับตัวอย่างสมบูรณ์
ในระยะสั้นนักลงทุนจึงไม่ควรเร่งเข้าซื้อหรือไล่จับจังหวะรีบาวด์ โดยเฉพาะใน Silver ที่ยังมีความผันผวนสูง รอให้ราคานิ่งและความผันผวนลดลงก่อน พร้อมจัดพอร์ตด้วยแนวคิดการกระจายความเสี่ยงทั้งในมิติของสินทรัพย์ ความผันผวน และเงินสด เพื่อให้พอร์ตสามารถรับมือกับเหตุการณ์แบบ one-day shock ได้ โดยไม่กระทบเสถียรภาพในระยะยาว