Big Ideas 2026 คือรายงานวิจัยประจำปีของ ARK Invest ที่ทำต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 จัดทำเพื่อเล่าว่า “เทคโนโลยีและนวัตกรรมอะไร” จะเข้ามาเปลี่ยนโฉมเศรษฐกิจโลก เพื่อช่วยให้นักลงทุน ผู้บริหารธุรกิจ และผู้ทำงานเชิงนโยบาย “เห็นอนาคตก่อนมันจะกลายเป็นกระแสหลัก”
ธีมหลักปี 2026 คือ “การเร่งตัวครั้งใหญ่” (The Great Acceleration) หมายถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีหลายด้าน ส่งเสริมกันแบบทวีคูณ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วในระบบเศรษฐกิจและธุรกิจ เทคโนโลยีที่เคยพัฒนากันแบบเอกเทศกำลัง “บรรจบกันและเร่งซึ่งกันและกัน” จนเกิด 13 หัวข้อ Big Ideas ครอบคลุม AI, หุ่นยนต์, พลังงาน, บล็อกเชน, อวกาศ, ชีววิทยายุคใหม่ ฯลฯ เพื่อชี้การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง
Cathie Wood ระบุว่า Big Ideas ไม่ได้ตอบสนองภาวะตลาดระยะสั้น แต่ชี้ “การเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดก่อนจะชัดเจน” เพราะนักลงทุนมักประเมินพลังนวัตกรรมต่ำเกินไปในช่วงแรก Big Ideas 2026 จึงออกแบบเพื่อให้มองข้ามความผันผวนระยะสั้นและโฟกัสสิ่งที่มีความหมายระยะยาว
ภาพรวมรายงานชี้ว่า การลงทุนในเทคโนโลยีปฏิวัติวงการกำลังเข้าสู่วัฏจักรการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ และจะยกระดับศักยภาพการเติบโตเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ โดย ARK ประเมินว่าแพลตฟอร์มนวัตกรรม เช่น robotaxis, ดาต้าเซ็นเตอร์ยุคใหม่, AI agent จะช่วยเพิ่ม real GDP growth โลก ~+1.9% ต่อปี ในทศวรรษนี้ และอาจทำให้ปลายทศวรรษ 2020s เศรษฐกิจโลกโต เกือบ 10% ต่อปี
โครงสร้างพื้นฐาน AI: Data centers/Cloud เร่งลงทุนรองรับงาน AI การประมวลผลถูกออกแบบเฉพาะทางมากขึ้น (เช่นชิป ML) ทำให้รากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลถูกสร้างใหม่ขนาดใหญ่
ตัวอย่าง: ผู้ผลิตชิป AI เช่น NVIDIA และผู้ให้บริการคลาวด์ที่สร้างศูนย์ข้อมูลเฉพาะงาน AI
AI เป็น “ระบบปฏิบัติการ” ของผู้บริโภค: AI Agents/แอป AI ช่วยค้นหา ตัดสินใจ และซื้อสินค้า/บริการราบรื่นขึ้น อาจเปลี่ยนรูปแบบ e-commerce และโฆษณาออนไลน์ เพราะ AI จับคู่ความต้องการกับสินค้าแม่นขึ้นและทำธุรกรรมแทน
ตัวอย่าง: แพลตฟอร์มช้อปปิ้ง/โซเชียลที่ใช้ AI แนะนำสินค้าและปิดการขายอัตโนมัติ
AI เพื่อเพิ่มผลิตภาพ: AI ถูกผนวกสู่การทำงานประจำวัน (สร้างโค้ด ตอบอีเมล วิเคราะห์ข้อมูล ฯลฯ) ทำให้ผลิตภาพเพิ่มขึ้นทันที ARK มองว่าการยอมรับ AI ในองค์กรจะเร่งตัวทั่วอุตสาหกรรม ทำให้รูปแบบการสร้าง–ขาย–ใช้งานซอฟต์แวร์เปลี่ยนไป ต้นทุนแรงงานอาจลดลง ขณะที่ productivity สูงขึ้น
ตัวอย่าง: Microsoft, Salesforce และแอป AI เฉพาะด้าน
ARK มอง AI เป็นหัวจักรของ Great Acceleration ที่หนุน AI+วิทยาศาสตร์ (ค้นพบยา), AI+ระบบกายภาพ (รถขับเอง/หุ่นยนต์), AI+การเงิน (เทรดอัตโนมัติ) และภาพรวมคือคลื่นลงทุน AI ครั้งใหญ่ อาจเป็นวัฏจักรการลงทุนเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
หุ่นยนต์อเนกประสงค์: พัฒนาจากงานเฉพาะทาง (แขนกลซ้ำ ๆ) สู่หุ่นยนต์ที่ทำงานหลากหลายมากขึ้น ใกล้จุดพลิกผันที่หุ่นยนต์ปรับตัวทำงานได้เหมือนมนุษย์มากขึ้น หากเกิดขึ้นจริงผลกระทบเศรษฐกิจกว้างมาก และจะกระจายจากโรงงานไปสู่บริการ ก่อสร้าง สุขภาพ ฯลฯ
ตัวอย่าง: ผู้ผลิตหุ่นยนต์ฮาร์ดแวร์ (โลจิสติกส์/บริการ) และซอฟต์แวร์ (AI ให้หุ่นยนต์เรียนรู้งานเอง)
Robotaxis: รถขับเองวิ่งให้บริการ 24 ชม. ลดต้นทุนต่อการเดินทางจนเปลี่ยนโฉมเศรษฐกิจคมนาคม ARK คาดว่าราคานั่งรถไร้คนขับอาจเหลือ $0.25/ไมล์ (~8 บาท/กม.) และปี 2030 โลกอาจมี robotaxi ~50 ล้านคัน สร้าง enterprise value รวม ~$34 ล้านล้าน
ตัวอย่างผู้นำ: Waymo (Alphabet/Google) (เริ่มเชิงพาณิชย์แล้ว) และ Tesla (ตั้งเป้าเปิดบริการ Robotaxi ภายในปี 2025)
หมายเหตุ: ARK เคยวิเคราะห์ว่าหาก robotaxi แพร่หลาย ผู้เล่นที่ปรับตัวไม่ทันอาจเสียส่วนแบ่ง เช่น Uber/Lyft อาจถูก Waymo แย่งลูกค้า
โลจิสติกส์อัตโนมัติ: ขยายไปโดรนส่งของ รถส่งพัสดุไร้คนขับ คลังสินค้าอัตโนมัติ เริ่มเกิดจริงในหลายเมือง เมื่อข้อมูลขนส่งเพิ่มและต้นทุนเทคโนโลยีลด จะเกิด “เส้นโค้งประสิทธิภาพ” ใหม่ เปลี่ยนซัพพลายเชนและพฤติกรรมผู้บริโภค
ตัวอย่าง: Amazon หุ่นยนต์/โดรน, สตาร์ทอัพรถบรรทุกไร้คนขับ
ARK มองระบบอัตโนมัติจะปฏิวัติแทบทุกภาคเศรษฐกิจ ลดต้นทุนแรงงาน/ขนส่ง เพิ่มความเร็ว ลดข้อจำกัดภูมิศาสตร์ เปิดโอกาสธุรกิจใหม่ ๆ และชี้ว่า Tesla (หุ้นที่ ARK ถือมากที่สุด) เกี่ยวข้องหลายธีม (รถขับเอง หุ่นยนต์ โรงงานอัตโนมัติ พลังงาน โลจิสติกส์) จึงอยู่ในตำแหน่งได้เปรียบ
“Data-driven Biology” กำลังเป็นจริงจากความก้าวหน้า Multiomics (จีโนมิกส์ โปรตีโอมิกส์ เมตาโบโลมิกส์ ฯลฯ) ผสาน AI ทำให้วิจัยชีวภาพ/แพทย์เร็วขึ้น AI และ Multiomics เสริมแรงกัน: AI เร่งค้นพบ–เพิ่มความแม่นยำ ข้อมูลชีวภาพมากขึ้นก็ทำให้ AI เก่งขึ้น ส่งผลให้ต้นทุน/เวลา R&D ยาลดลง และเศรษฐศาสตร์ระบบ Healthcare ถูกปรับใหม่ (ค่าใช้จ่ายต่อประสิทธิผลอาจลดลง)
ตัวอย่างสำคัญ: เทคโนโลยีถอดรหัสพันธุกรรมราคาถูกลง มากกว่าหนึ่งล้านเท่าในสองทศวรรษ ทำให้เชื่อม DNA กับโรคได้กว้างขึ้น และ Gene Editing / Personalized Medicine ได้แรงหนุนจาก AI ในการออกแบบทดลองซับซ้อน อาจนำไปสู่ “profound shifts” ในสาธารณสุข
บริษัทตัวอย่างที่ ARK ยก: Illumina (ILMN), CRISPR Therapeutics (CRSP), 10x Genomics (TXG), Tempus, Ionis Pharma (IONS), Quantum-Si (QSI), Nurix Therapeutics (NRIX), 908 Devices (MASS), Ultragenyx (RARE)
ผลกระทบ: สุขภาพประชากรดีขึ้น อายุยืนขึ้น การรักษาโรคเรื้อรังคุ้มค่าขึ้น ลดเงินที่เสียกับการรักษาไม่ตรงจุด ส่งผลดีต่อผลิตภาพแรงงานและลดภาระงบสาธารณสุขระยะยาว
เมื่อความต้องการพลังประมวลผล/ดิจิทัลเพิ่ม “พลังงาน” กลายเป็นข้อจำกัด ARK มองโลกต้องการไฟฟ้าจำนวนมากในราคาถูก แนวโน้มชัดคือ Distributed Energy (โซลาร์/ลม) + Storage (แบตเตอรี่) ขยายตัวเร็ว ต้นทุนผลิตไฟฟ้าและแบตเตอรี่ลดลงตาม Wright’s Law
ต้นทุนไฟฟ้าที่ลดลงจะหนุนคลื่นเติบโตเศรษฐกิจระลอกถัดไป และสอดประสานกับ EV, data centers/AI หากไฟฟ้าสะอาดราคาถูกรองรับได้ จะปลดล็อกนวัตกรรมอื่นไม่ติดข้อจำกัดพลังงาน
ตัวอย่างบริษัท: Tesla (EV + แบตฯกักเก็บ + โซลาร์), Enphase Energy, SolarEdge, QuantumScape
ARK เชื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดไม่เพียงลดโลกร้อน แต่สร้างโอกาสเศรษฐกิจ: ลดค่าไฟ เพิ่มกำลังซื้อ/กำไร เปิดทางให้ธุรกิจข้อมูลที่กินไฟมากเติบโต และสร้างงานใหม่ อนาคตอาจเห็นไฟฟ้าถูกลงเรื่อย ๆ จนเกือบ “ฟรี” บางช่วงเวลา เปลี่ยนวิธีคิดธุรกิจหลายด้าน
ARK ระบุเทคโนโลยีบล็อกเชนและคริปโตเข้าสู่บทถัดไปของการเงินดิจิทัล โดยมี 3 แกน: Bitcoin, Tokenized Assets, DeFi
Bitcoin: พัฒนาจากสินทรัพย์เก็งกำไรสู่ Store of Value ระดับโลก การยอมรับเพิ่มขึ้น สัญญาณคือ Bitcoin 12% ของทั้งหมดอยู่ในการถือครองของ ETF และบริษัทจดทะเบียน (เพิ่มจาก 8.7% ต้นปี 2025) ARK คาดปี 2030 มูลค่าตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลรวม ~$28 ล้านล้าน และ Bitcoin อาจครอง ~70% (มูลค่า ~$16 ล้านล้าน) รายงานระบุว่าในปี 2025 Bitcoin ซื้อขายแถว $90,000/BTC และปัจจัยหนุนคือการอนุมัติ ETF ในสหรัฐและบริษัทใหญ่ถือ Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรองมากขึ้น
Tokenized Assets: แปลงสินทรัพย์โลกจริง (หุ้น พันธบัตร อสังหา โภคภัณฑ์) เป็นโทเค็นบนบล็อกเชน มูลค่ารวมปี 2025 ~$19 พันล้าน ARK คาดปี 2030 เพิ่มเป็น ~$11 ล้านล้าน (~1.4% ของมูลค่าสินทรัพย์การเงินโลกทั้งหมด) ตัวอย่างความสำเร็จ: กองทุน BUIDL ของ BlackRock มูลค่า $1.7 พันล้าน (คิดเป็น 20% ของตลาดพันธบัตรโทเค็นทั้งหมด) และทองคำโทเค็นของ Tether/Paxos
ตัวอย่างบริษัทที่ ARK ระบุ: Coinbase (COIN), Circle (ผู้ออก USDC), Robinhood (HOOD)
DeFi: โมเดลการเงินบนบล็อกเชน (ปล่อยกู้ ซื้อขายสินทรัพย์ ประกันภัย ผ่าน smart contracts) แข่งกับสถาบันเดิม ARK ชี้ DeFi “ดั้งเดิม” (Ethereum, Solana) อาจไม่ใช่จุดเก็บมูลค่าหลักเท่า application layer มูลค่าจะไหลไปที่แอป DeFi มากกว่า
ปี 2025 DeFi สร้างรายได้ค่าธรรมเนียมรวมสูงเป็นประวัติการณ์ ~$3.8 พันล้าน และเดือน ม.ค. 2025 คิดเป็น 1/5 ของทั้งปี ตัวอย่าง: Hyperliquid พนักงานน้อยกว่า 15 คน แต่รายได้ >$800 ล้าน/ปี และมีโปรโตคอล DeFi มากกว่า 70 แพลตฟอร์ม ที่มีรายได้ประจำเกิน $1 ล้าน/เดือน
ARK เห็นว่า Bitcoin/DeFi/Tokenization กำลังเป็นส่วนหนึ่งของตลาดทุนโลก แม้ยังมีความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์/การยอมรับ และชี้ว่าปัจจัยสำคัญของปี 2026 คือ “นโยบายกำกับดูแล” หากเอื้อให้นวัตกรรมเดินได้อย่างปลอดภัย สิ่งที่คาดอาจเกิดขึ้นสูง แต่ถ้าชะลอ/กีดกันก็เข้ากระแสหลักช้าลง (มีคำกล่าวว่าอนาคตคริปโต “จะถูกตัดสินโดยกฎเกณฑ์มากกว่านวัตกรรม”)
ต้นทุนส่งของสู่อวกาศลดลงก้าวกระโดดจาก จรวดนำกลับมาใช้ใหม่ (เช่น SpaceX) ทำให้อวกาศเข้าสู่เส้นโค้งต้นทุนแบบทวีคูณ ส่งดาวเทียม/ยานอวกาศเพิ่มขึ้นมาก และเมื่อการปล่อยจรวดเป็นกิจกรรมปกติ จะเกิดโครงสร้างพื้นฐานในอวกาศ
ตัวอย่าง: Starlink, ดาวเทียมสำรวจโลก (เกษตร/ภูมิอากาศ), สถานีอวกาศ/ภารกิจดวงจันทร์–ดาวอังคารที่เอกชนมีบทบาทมากขึ้น และอนาคตอาจมีรายได้จากกิจกรรมใหม่ (ผลิตในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง/เหมืองแร่ดาวเคราะห์น้อย)
ARK ลงทุนธีมนี้ผ่าน ARKX และยกตัวอย่างห่วงโซ่: SpaceX (ยังไม่เข้าตลาด), Rocket Lab (RKLB), Lockheed Martin, Northrop Grumman, Trimble
ARK มองอวกาศกำลังเป็นตลาดใหม่สำคัญ จากเดิมที่เป็นเรื่องรัฐและงบสูง สู่ยุคที่เอกชนลดต้นทุน ทำให้อวกาศเข้าถึงได้มากขึ้น ราคาการสื่อสาร/สำรวจ/วิจัยลดลง เปิดทางบริการใหม่ และอวกาศกลายเป็น “โครงสร้างพื้นฐาน” อีกชั้นของเศรษฐกิจ (เช่น ดาวเทียมรองรับ 5G/6G, GPS แม่นขึ้น) ช่วยเพิ่มผลิตภาพ และ space economy อาจโตแบบก้าวกระโดดคล้ายอินเทอร์เน็ตในอดีต
Great Acceleration อาจหนุน GDP โลก: เพิ่ม ~+1.9% ต่อปี และปลายทศวรรษนี้โต 7–8% ต่อปี
สินทรัพย์ดิจิทัลรวมปี 2030: ~$28 ล้านล้าน, Bitcoin ~70%
Tokenized assets ปี 2030: ~$11 ล้านล้าน
Robotaxi ปี 2030: ~50 ล้านคัน, enterprise value รวม ~$34 ล้านล้าน
DeFi: รายได้ค่าธรรมเนียมปี 2025 ~$3.8 พันล้าน, โมเดลใช้คนน้อยมาก
ARK ย้ำว่าตัวเลขเหล่านี้เป็น การคาดการณ์ระยะยาวที่ไม่แน่นอนสูง นวัตกรรมอาจให้ผลตอบแทนมาก แต่แลกด้วยความผันผวน นักลงทุนควรเข้าใจความเสี่ยงและจัดบทบาทในพอร์ตให้เหมาะสม
ทีมวิจัยนำโดย Cathie Wood (CEO/CIO) และ Brett Winton (Chief Futurist) ย้ำว่า การจับโอกาสจากนวัตกรรมต้องมองไกลกว่าเสียงรบกวนระยะสั้น ใช้กรอบคิดอย่าง Wright’s Law, Adoption Curves และการ “บรรจบกันของเทคโนโลยี” เพื่อเข้าใจอนาคตต่างจากการประเมินแบบดั้งเดิม Cathie ชี้ว่านักลงทุนมักประเมินนวัตกรรมต่ำไปเพราะไม่เข้ากับ “เรื่องเล่า” ระยะสั้น (ตัวอย่าง EV/Bitcoin) แต่เมื่อเติบโตจริงจะพลิกโฉมอุตสาหกรรม ARK จึงพยายามหา “step-function change” ให้เจอก่อนตลาด และสรุปแนวคิดว่า “Own What’s Next”
Brett เสริมว่า Big Ideas ทำหน้าที่เป็น “signal” มาตลอด 10 ปี เป้าหมายไม่ใช่ทำนายราคาหุ้นระยะสั้น แต่เข้าใจว่าอนาคตกำลังถูกสร้างอย่างไร และหน้าต่างเวลาในการทำความเข้าใจเทคโนโลยีตั้งแต่ระยะเริ่มต้นแคบลง เพราะเทคโนโลยีใหม่โตเร็วขึ้น
ARK ลงทุนธีมนวัตกรรมผ่าน ETF เช่น ARKK, ARKQ, ARKG, ARKW, ARKF, ARKX และยอมรับว่าการลงทุนลักษณะนี้มีความเสี่ยงสูง นักลงทุนต้องมีความเชื่อมั่นและวิจัยเพียงพอ
Big Ideas 2026 ฉายภาพอนาคตที่ AI, หุ่นยนต์, รถไร้คนขับ, พลังงานสะอาด, บล็อกเชน, ชีววิทยา AI ฯลฯ กำลังก้าวจากห้องทดลอง/ตลาดเฉพาะกลุ่มสู่ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจจริง ผลคือผลิตภาพเพิ่มขึ้น ต้นทุนแรงงาน–พลังงาน–โลจิสติกส์ลดลง ทำให้ราคาสินค้าถูกลงหรือกำไรสูงขึ้น นวัตกรรมแพทย์ทำให้สุขภาพดีขึ้น ขณะที่การเงินรูปแบบใหม่เพิ่มประสิทธิภาพการจัดสรรเงินทุน แต่จะมีทั้งผู้ชนะและผู้แพ้ สังคม/รัฐต้องรับมือ (ทักษะแรงงาน กฎระเบียบให้ทันเทคโนโลยี) สำหรับนักลงทุน รายงานชี้ธีมเติบโตสูงในหลายปีข้างหน้า แต่ต้องยอมรับความผันผวนสูง และการกระจายลงทุนหลายธีมช่วยลดความเสี่ยงเฉพาะตัวได้
เข้าถึงได้ 2 ทางหลัก:
ลงทุนตรงใน ETF สกุล USD
ลงทุนผ่าน กองทุนรวมไทยสกุล THB ที่ธีมใกล้เคียง/เทียบเคียง
ARKK: YTD 2.53% | 1M -1.47% | 6M 5.11% | 1Y 29.37% | 3Y -45.04% → LHINNO
ARKW: YTD -3.08% | 1M -7.23% | 6M -7.93% | 1Y 22.78% | 3Y -12.31% → DAOL-CYBER, ES-INTERNET, SCBNEX
ARKG: YTD 11.03% | 1M 5.81% | 6M 24.86% | 1Y 19.47% | 3Y -70.69% → ES-GENOME, SCBGENOME
ARKQ: YTD 9.85% | 1M 8.42% | 6M 34.43% | 1Y 54.43% | 3Y 43.66% → ES-AUTOMATION, SCBAUTO
ARKF: YTD -4.36% | 1M -7.12% | 6M -14.28% | 1Y 13.90% | 3Y -15.61% → ES-FINTECH, MFTECH, SCBFINTECH
ARKX: YTD 12.43% | 1M 11.83% | 6M 28.08% | 1Y 59.05% | 3Y 61.43% → LHSPACE
Source: Beyond Securities PCL as of 21 January 2026
หมายเหตุ: ผลตอบแทนในอดีตไม่สามารถรับประกันผลตอบแทนในอนาคตได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจความเสี่ยง/ความผันผวนของกองทุนธีมนวัตกรรมซึ่งอาจขึ้นลงแรงกว่าตลาดโดยรวม
ถ้าอยากอ่านทั้งหมดดาวโหลดที่ : https://beyondsecuritiespcl-my.sharepoint.com/:b:/g/personal/theenida_k_beyondsecurities_co_th/IQC_m2y9PAZvR6bwObQ42ulzAQNC7ygO-7-bV1e9Bm9EI00?e=c7Qrpn